วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2558

โคลงกระทู้ธรรม (๑)





๑ โคลงกระทู้ธรรม
โคลง  คือโคลงร่างร้าน    สี่คำ
กระ    เอกเจ็ดโทนำ       ใส่เข้า
ทู้      ตั้งสี่ทิศทำ           สี่บาท
ธรรม  ที่พระพุทธเจ้า       ตรัสชี้สอนธรรม ฯ

๒ รักสนิทผิดถนัด
รัก     นุชสุดหักห้าม      หัวใจ รักเฮอ
สนิท  เสน่หาอาลัย        ยอดชู้
ผิด    สังเกตเหตุไฉน     ท้องป่อง น้องเอย
ถนัด  เนตรสลดใจรู้       ว่าน้องมีผัว ฯ

๓ ชาติหน้ามีหรือ
ชาติ   ก่อนเราเกิดนี้        มีไหม
หน้า   ชาตินี้คือใน          ชาติหน้า
มี      ชาติและภพไป       กำเนิด อีกฤา
หรือ   ดับธาตุถมหล้า      ดับแล้วตายสูญ ฯ

๔ รักดีหามจั่ว
รัก     ษาความสัตย์ไว้     ในใจ
ดี       สิ่งไหนทำใน        สิ่งนั้น
หาม   แต่สิ่งดีไป            บนบ่า
จั่ว     ย่อมเบาบ่าครั้น      แบกได้เบาสบาย ฯ

๕ รักชั่วหามเสา
รัก     สนุกทุกข์ถนัดแท้   ธรรมดา
ชั่ว     ดั่งแบกหินผา        เหนื่อยล้า
หาม   หินหนักนักหนา     ลำบาก
เสา    ดั่งความชั่วช้า       แบกไว้หนักเหลือ ฯ

๖ ละดีหนีชั่ว
ละ     ทิ้งทุกสิ่งสิ้น         อาลัย
ดี      ชั่วเลิกสนใจ         หมดแล้ว
หนี    ห่างสุดแสนไกล    ทุกสิ่ง
ชั่ว    บาปมิพานแผ้ว      ผ่องพ้นโลกีย์ ฯ

๗ เบาตัวของเรา
เบา    กายสบายอกล้ำ    บริสุทธิ์
ตัว     อาตมานี้หยุด       นิ่งแล้ว
ของ   ใดไม่ยอมยุด        ถือมั่น
เรา    ย่อมวิมุติแผ้ว        ผ่องพ้นโลกีย์ ฯ

๘ พระเจ้ารักษา
พระ   ครูปู่แก้วร่ม          เกศา
เจ้า    ศักดิ์สิทธิเมตตา    ปกป้อง
รัก     มนุษย์ทั่วโลกา     เทียบเท่า กันแฮ
ษา    ระพัดภัยพ้อง        พ่ายแพ้บารมี ฯ

๙ รักเมียเสียเพื่อน
รัก     นางนอนแนบข้าง     เคียงกาย
เมีย    ย่อมกีดขวางสหาย   เพื่อนพ้อง
เสีย    มิตรคู่หูชาย           คู่ชีพ
เพื่อน ย่อมจืดจางต้อง       ห่างร้างจางใจ ฯ

๑๐ เข้าป่าลืมเพื่อน
เข้า    ดงรกชัฏเสี้ยว       เที่ยวไพร
ป่า     เปลี่ยวมักมีภัย      รอบข้าง
ลืม    หาคู่หูไป             เป็นเพื่อน
เพื่อน ไม่มีเสือช้าง         หยอกเย้าเอาตาย ฯ

๑๑ เข้าเถื่อนลืมพร้า
เข้า    ป่ายามใกล้ค่ำ       สนธยา
เถื่อน  รกปกพฤกษา       สัตว์ร้าย
ลืม     มีดติดศาสตรา      วุธต่อ สู้แฮ
พร้า   สักเล่มลืมคล้าย     ล่อล้อปากเสือ ฯ

๑๒ หลงใหลได้ปลื้ม
หลง  ทรัพย์สมบัติบ้า     อาลัย
ไหล  เลื่อนหลงชมใน    ทรัพย์ล้น
ได้    มากยิ่งมีใจ          โลภมาก
ปลื้ม  ทรัพย์จนดับต้น     ดิ่งเข้าอบายภูมิ ฯ

๑๓ เมาตนลืมตาย
เมา    ชีวิตชาตินี้เป็น      มนุษย์
ตน     ประเสริฐสูงสุด     เลิศล้น
ลืม     ตัวว่าต้องจุติ       เกิดดับ ชีพแฮ
ตาย    เมื่อใดไม่พ้น       มอดไหม้ไฟเผา ฯ

๑๔ เมากายลืมแก่
เมา    ชีวิตชาตินี้           เกิดมา
กาย   หนุ่มสาวโสภา      เพริศพริ้ง
ลืม    ว่าแก่โรคามาเกาะ  กินแฮ
แก่    เฒ่าแล้วตายทิ้ง     ร่างทิ้งธรณี ฯ

๑๕ เมาเมียลืมแม่
เมา    ใดไม่มากแม้น      เมากา มาเฮอ
เมีย   มิ่งเหมือนมายา      ยอดชู้
ลืม    ทุกสิ่งนานา          ในโลก
แม่    เกิดก่อชีพผู้          เลิศล้นยังลืม ฯ

๑๖ เมายศลืมญาติ
เมา    บรรดาศักดิ์ตั้ง        ยศถา
ยศ     ใหญ่กว่าวงศา       พี่น้อง
ลืม     โคตรแต่ปู่ตา        ย่าทวด
ญาติ   มิตรมิแซ่ซร้อง      สาปซ้ำเสียคน ฯ

๑๗ ได้หน้าลืมหลัง
ได้    ชื่อลือเฟื่องฟุ้ง      กรุงศรี
หน้า  ใหญ่กว่าเภรี         ลั่นก้อง
ลืม    ญาติมิตรไม่มี       มิตรจิต
หลัง  จากตกยากต้อง     นั่งเศร้าเหงาใจ ฯ

๑๘ ได้ใหม่ลืมเก่า
ได้    เครื่องนุ่งห่มผ้า      แพรไหม
ใหม่  เอี่ยมอิ่มอกใจ        จับต้อง
ลืม    เครื่องแต่งกายใน   ยามก่อน เก่าแฮ
เก่า   แก่แต่ปกป้อง        ปิดเนื้อ เหงื่อไคล ฯ

๑๙ เห่อยศอดยัด
เห่อ   ห่ามตามเครื่องต้น         เครื่องทรง
ยศ    ศักดิ์โอ่อ่าองค์              ออกหน้า
อด    อยากหากหยิ่งทะนง       ในยศ ศักดิ์แฮ
ยัด    ปากแต่ผักหญ้า             อดลิ้มชิมหมู ฯ

๒๐ หลงสมบัติลงอบาย
หลง  ใหลได้ลาภแล้ว     หลงงม งายเฮย
สม    บัติผลัดกันชม       ชั่วมื้อ
ลง    ท้ายดับชีพจม       สมบัติ
อบาย ต่ำมองมืดตื้อ       พลัดเข้าท้องหมา ฯ

๒๑ เมาสงฆ์หลงบุญ
เมา   เสียงพระเทศน์พริ้ง    ไพเราะ
สงฆ์  รูปหล่อฉอเลาะ         ลึกล้ำ
หลง  รักใคร่อยากเกาะ       พระเหาะ สวรรค์เฮอ
บุญ   ส่งคงได้ปล้ำ            หนุ่มหุ้มผ้าเหลือง ฯ

๒๒ เมาพระลืมสงฆ์
เมา    เสียงพระหนุ่มน้อย    เทศนา
พระ   รูปดั่งเทวา              หล่อเฟี้ยว
ลืม    ตัวนั่งจับตา             พระหนุ่ม
สงฆ์  ท่านเทศน์ลดเลี้ยว     ลับเข้าสรวงสวรรค์ ฯ

๒๓ ผู้ชายพายเรือ
ผู้      บวชเพียรเพื่อข้าม     มหาสมุทร
ชาย   บวชคือบุรุษ            ถ่อค้ำ
พาย   ถ่อมุ่งหมายรุด         ถึงฝั่ง โน้นแฮ
เรือ    ถูกศรเนตรซ้ำ          รั่วน้ำเรือจม ฯ

๒๔ ผู้หญิงยิงเรือ
ผู้      มีรูปลักษณ์ล้ำ       โสภา
หญิง  ดั่งเทพธิดา          เลิศล้ำ
ยิง     ศรเนตรนาวา        พระรั่ว น้ำแฮ
เรือ    ที่เร่งพายจ้ำ         ล่มน้ำกาเม ฯ

๒๕ คนเดียวหัวหาย
คน    ใดไปต่างด้าว          แดนไกล
เดียว  เดี่ยวโดดเดินใน       โลกกว้าง
หัว    เดียวกระเทียมไทย    หัวลีบ
หาย  ลับดับชีพคว้าง         ขาดผู้รู้เห็น ฯ




วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558

โคลงกระทู้ธรรม (คำนำคำโคลง)






โคลงกระทู้ธรรม



โดย เทพ สุนทรศารทูล


๑,๑๒๕ คำโคลง


(พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.๒๕๔๓)





อุทิศให้

ฯพณฯ ม.ล.ปิ่น มาลากุล

ผู้มีพระเดชพระคุณ



ดวงฤกษ์วันแต่ง โคลงกระทู้ธรรม

อังคาร ๑ ก.พ. ๔๓ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา

ทลิทโทฤกษ์




โคลงกระทู้ธรรม

คำพังเพย     คำสุภาษิต

คำขบขัน      คำคมคาย

คำผวน       คำแผลง

คำเยาะเย้ย     คำถากถาง

คำค่อนว่า    คำด่าทอ

      คำยกยอ        คำเปรียบเปรย

คำยั่วเย้า      คำท้าทาย

คำอุปมา     คำอุปมัย

คำสองง่าม   คำสามแง่

คำแสร้งว่า    คำเสพาที


มีครบ ๒๐ ประเภท




ตัวอย่างโคลงเอกเจ็ดโทสี่


·             ประเทศไทยถิ่นนี้            ดีเหลือ
ท่องเที่ยวใต้จดเหนือ          น่านเจ้า
ทางรถเที่ยวทางเรือ           ทางเครื่อง บินเฮย
ใครเก่งเดินด้วยเท้า            เที่ยวแล้วเจริญใจ ฯ

·             คนไทยชาติถิ่นเก่าเชื้อ    นักเลง
ชอบเล่นสนุกครื้นเครง         เล่นร้อง
ชอบอ่านท่องบทเพลง         กวีแต่ง ไว้เฮย
ยิ้มย่องผ่องใสต้อง             ชื่อยิ้มเมืองสยาม ฯ




เทพ สุนทรศารทูล

๔ กันยายน ๒๕๔๓






คำนำคำโคลง



๑  แต่ง    เล่นเป็นเครื่องแก้       รำคาญ
    แก้     พจน์คนโบราณ          พูดไว้
    เงื่อน   กระตุกผูกไว้นาน        กาลก่อน
    ปม     ที่แก้ไว้ให้                ลูกรู้หลานจำ ฯ
๒  คำ      พูดบางพจน์ถ้อย        กำกวม
    คม      ดั่งมีดดาบสวม           ฝักไว้
    ของ    เก่าเก็บรวบรวม          มาแต่ง โคลงแฮ
    ไทย    รุ่นลูกหลานได้           อ่านรู้ความหมาย ฯ
๓  ตาม    ความรู้ที่ได้               วิจัย
    ใจ      รักภาษาไทย             มากแท้
    ของ    เล่นนักเลงสมัย          เก่าก่อน
    เรา     แต่งเล่นเพื่อแก้          ว่างว้าเหว่ใจ ฯ
๔  อย่า   โกรธโทษว่าถ้อย         หยาบคาย
    ถือ     แบบโบราณยาย          ย่ารู้
    คน     ต่างเกิดมาหลาย         สกุลต่าง กันแฮ
    บ้า     เล่นบ้าพูดผู้                ต่างบ้าต่างกัน ฯ
๕  อย่า   ถือโทษโกรธผู้             เมธา
    ว่า     แต่งโคลงกลอนพา        เรื่อยเจื้อย
    คน    ที่ดื่มสุรา                     เมาแน่ นอนเฮย
    เมา    มากมักนอนเลื้อย          เล่นได้ดั่งงู ฯ
๖  กวี     วรรณท่านเปรียบด้วย       คนเมา
    เมา    กาพย์โคลงกลอนเบา      หนักบ้าง
    คำ     พูดเก่าแก่เอา               มาว่า ใหม่แฮ
    กลอน ย่อมอ่อนกระด้าง           เหตุด้วยคำคน ฯ   
    ๗  อ้อน  เอินเชิญอ่านถ้อย           คำกลอน
        วอน   อ่านอรรถอักษร            สอดไว้
ผู้      อ่านช่วยสั่งสอน            ติว่า
อ่าน   อย่าอ่านนิ่งใบ้              บอกด้วยดีทราม ฯ
    ๘  อย่า   พูดโดยไม่รู้                สัจจริง
เดา    ว่าชะนีเพศหญิง          ไต่ไม้
สวด   มนต์ไม่อ้างอิง             คำพระ
พูด    ไม่เป็นคนใบ้               ไม่รู้ภาษา ฯ
   ๙   แยก   ให้ออกหนอกตั้ง          ตรงไหน
ตูด    ที่ถ่ายขี้ใคร                 ย่อมรู้
แยก   ทวารเปิดออกไป          เก้าแห่ง
ก้น    สำหรับนั่งผู้                 ย่อมรู้ตรงไหน ฯ
  ๑๐  หัว    ท่านว่าเลิศล้น              นักหนา
หมา   ย่อมมีหัวตา                อยู่หน้า
หาง   อยู่ชิดอุจจา-               ระถ่าย เหม็นแฮ
ราชสีห์ หางชี้ฟ้า                  แต่ใกล้อาจม ฯ
  ๑๑  วิเคราะห์  แยกแยะถ้อย           คำไทย
วิจัย       เพื่อเปรียบไหน         ถูกต้อง
วิจารณ์   พจน์วินิจฉัย             โดยแจ่ม แจ้งเฮย
วิจักษ์     แก่ใจจิตจ้อง           จับถ้อย ภาษา ฯ
  ๑๒  ขอ    เชิญนักปราชญ์เปรี้ยว      ปรีชา
ประ   เภทนักภาษา                ศาสตร์แท้
ทาน  รสชาติโอชา                 ธรรมรส
โทษ  ผิดขอยอมแพ้               ช่วยแก้คำโคลง ฯ
  ๑๓   คำ     กวีที่เทพเจ้า               ดลใจ
โคลง หนึ่งพันร้อยใน              เล่มนี้
โยง   ว่านักปราชญ์ไทย          ท่านอ่าน
ธรรม  ท่านคงชมชี้                ชื่อบ้างภายหลัง ฯ
  ๑๔  แต่ง   วันละสิบห้า                 คำโคลง
เมื่อ   แก่ใกล้ลาโรง               โลกหล้า
วัย     รอจักเข้าโลง               เข้าโกศ ทองเฮย
ชรา   ภาพเจ็ดสิบห้า              ขวบใกล้นิพพาน ฯ
  ๑๕  นาย   กระวีหนึ่งน้อย              ทำนูล
เทพ   สุนทรศารทูล               แต่งร้อย
แต่ง   ไว้มิให้สูญ                  คำเก่า ก่อนเฮย
เล่น   บทตัวหิ่งห้อย               สว่างพร้อยลำคลอง ฯ



เทพ สุนทรศารทูล

๑๕ พ.ค. ๒๕๔๓