วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2558

โคลงกระทู้ธรรม(๕)



๑๐๑ คนลอยเพราะลม
คน    ที่ถูกยกก้น           กระดก
ลอย  ล่องประดุจนก      ว่ายฟ้า
เพราะ ลมปากเขายก       ยอเล่น
ลม    ปากคนแรงกล้า     ยกก้นคนลอย ฯ

๑๐๒ คนจมเพราะลิ้น
คน    ที่ถูกใส่ร้าย          ใส่ความ
จม    อยู่ตามดินตาม      ยอดหญ้า
เพราะ ลมปากคนทราม    คอยใส่ ไฟแฮ
ลิ้น    ปากคนชั่วช้า        ชั่วร้ายกว่าไฟ ฯ

๑๐๓ เจ้าชู้ไก่แจ้
เจ้า    ถ้อยคอยกล่าวเกี้ยว     เอาใจ
ชู้      รักย่อมหลงใหล          ปากจ้อ
ไก่     ที่ส่งเสียงใส               ขันเสนาะ
แจ้    ดั่งไก่กรีดป้อ               ชอบปี้ตัวเมีย ฯ

๑๐๔ ฝนตกบ้านน้อง
ฝน    ฟ้าตกพร่ำเข้า       พรรษา
ตก    ไม่ยอมสร่างซา     ตกซ้ำ
บ้าน   น้องนุชนอนคา     ฝนฉ่ำ แฉะเฮย
น้อง   แม่ชอบแช่น้ำ       อาบน้ำกาเม ฯ

๑๐๕ ฟ้าร้องบ้านพี่
ฟ้า    ครวญป่วนปั่นเบื้อง นภดล
ร้อง   ร่ำคร่ำครวญบน     ฝั่งฟ้า
บ้าน   เรือนสะเทือนจน   เรือนสั่น ไหวแฮ
พี่      นิ่งนอนคว่ำหน้า    เมื่อน้ำกามไหล ฯ

๑๐๖ ฝนตกฟ้าร้อง
ฝน    ตกนกแอบไม้       ไพรสัณฑ์
ตก    สักแสนห่าสวรรค์   ฉ่ำฟ้า
ฟ้า    สนั่นครั่นครืนขวัญ หนีฝ่อ
ร้อง   เรียกคนอวดกล้า   กว่าฟ้าอยู่ไหน ฯ

๑๐๗ โง่เง่าเต่าตุ่น
โง่     งุดคุดอยู่ใต้          พื้นดิน
เง่า    ใช่เหง้าคนขุดกิน   อิ่มได้
เต่า    นาไม่ผันผิน         หน้ากลับ หลังแฮ
ตุ่น    แอบอยู่โพรงไม้     รอดพ้นปากเสือ

๑๐๘ โง่อยากนอนเตียง
โง่     เซ่อคนบ้านนอก    ขอกนา
อยาก นั่งอยู่ในปรา-        สาทเจ้า
นอน  อยู่ร่วมชายคา       นางจ่า โขลนแฮ
เตียง  ใหญ่ไม่กล้าเข้า     ร่วมมุ้ง แอบมอง ฯ

๑๐๙ โง่เง่าเข้ากรุง
โง่     เซ่อคนบ้านนอก    ขอกนา
เง่า    ใช่เหง้าโขดผา      ป่ากว้าง
เข้า    กรุงมุ่งหมายมา     ชมชื่น ดื่นแฮ
กรุง   ดั่งกรงท่านสร้าง    คอกไว้ขังคน ฯ

๑๑๐ ลูกศิษย์นอกครู
ลูก    ครูผู้รับเลี้ยง         ลูกเขา
ศิษย์  โง่เฆี่ยนตีเบา        หนักได้
นอก  รีตศิษย์ไม่เอา       ใจใส่
ครู     หมดท่าสอนให้     ปล่อยเข้าป่าเปิง ฯ

๑๑๑ ลูกปูตามแม่
ลูก    อยู่หลังแม่ต้อง      ตามหลัง
ปู      แม่เดินเซซัง         คดเคี้ยว
ตาม   หลังแม่ไปหวัง      ว่าถูก ทางแฮ
แม่    กลับพาหลงเลี้ยว   ลูกต้องหลงตาม ฯ

๑๑๒ ลูกชู้นอกไส้
ลูก    แม่พ่อรับเลี้ยง       รักษา
ชู้      ลอบขึ้นหลังคา     ถ่ายไว้
นอก  เนื้อเลือดบิดา       ดูผิด ตาแฮ
ไส้    คดขดอยู่ใต้         ช่องท้องของตน ฯ

๑๑๓ ตักบาตรถามพระ
ตัก    ข้าวใส่บาตรให้     พระฉัน
บาตร ใส่ของจังหัน                กับข้าว
ถาม   ว่าชอบเนื้อสัน      แกงไก่ ไหมคุณ
พระ   เฒ่าตอบว่าอ้าว     ตักแล้วต้องฉัน ฯ

๑๑๔ จูบลูกถูกแม่
จูบ    ลูกถูกอกอ้อม       มารดา
ลูก    ไม่รู้ประสา           สักน้อย
ถูก    นมที่ปากทา-        รกดูด นมแฮ
แม่    แอ่นอกอายชม้อย  ไม่รู้จูบใคร ฯ

๑๑๕ เข้าป่ากลางค่ำ
เข้า    เถื่อนยามค่ำใกล้    สนธยา
ป่า     รกปกสิงห์สา        สัตว์ไว้
กลาง คืนขาดสุริยา         ยลส่อง แสงแฮ
ค่ำ     มืดต้องจุดไต้        สว่างช้างเสือกลัว

๑๑๖ เข้าถ้ำกลางคืน
เข้า    ห้องมองมืดตื้อ      มัวตา
ถ้ำ     มืดคือเคหา          ขาดไต้
กลาง คืนเร่งแสวงหา      ไต้ส่อง แสงแฮ
คืน    ค่ำยามมืดให้                จุดไต้ตามไฟ ฯ

๑๑๗ เดือนหงายใจคว่ำ
เดือน เพ็ญเด่นสว่างห้วง  เวหา
หงาย สว่างกระจ่างตา     ภาคพื้น
ใจ     หนุ่มเมื่อมีอา-       รมณ์รัก ใคร่แฮ
คว่ำ   พักตร์ลงกับพื้น     คลั่งบ้าอารมณ์ ฯ

๑๑๘ เดือนต่ำใจตก
เดือน เพ็ญลับเหลี่ยมเข้า ภูผา
ต่ำ     ตกยอดพฤกษา     พุ่มไม้
ใจ     นางคร่ำครวญหา   เทพบุตร
ตก    ดึกนึกปลงได้       ต่ำช้าฉันยอม ฯ

๑๑๙ ซื้อสิทธิขายเสียง
ซื้อ    เสียงผู้เลือกตั้ง      ส.ว.
สิทธิ  ของท่านฉันพอ     รับซื้อ
ขาย   สิทธิแต่เพียงขอ    แก้ขัด- สนแฮ
เสียง  ที่ท่านซื้ออื้อ                แต่ล้วนคนจน ฯ

๑๒๐ ตะวันตกนกร้อง
ตะวัน ต่ำลงสู่พื้น                   พสุธา
ตก    ลับยอดภูผา                 พุ่มไม้
นก    หกร่ำเรียกหา                คู่กลับ รังแฮ
ร้อง   เรียกเพรียกไพรใกล้        คู่ร้องกลับรัง ฯ

๑๒๑ ทำบุญเอาหน้า
ทำ    ทานหว่านทรัพย์ให้        วัดวา
บุญ   ที่ทำปรารถนา              ชื่อก้อง
เอา    ชื่อสลักที่                   ข้างฝา ผนังโบสถ์
หน้า  ใหญ่บานเท่าท้อง         ฟากฟ้า สาใจ ฯ

๑๒๒ ท่องกะถายามตาย
ท่อง  มนต์ยามเจ็บใกล้   สิ้นลม
กะถา พระยายม            ท่องไว้
ยาม   เทวทูตหอกคม     มารับ ตัวแฮ
ตาย   ดิ่งลงนรกได้                สติร้องเวรกรรม ฯ

๑๒๓ ผู้ดีตกยาก
ผู้      เกิดมาแต่เชื้อ       ผู้ดี
ดี      แต่เกิดมามี          สง่าหน้า
ตก    ยากอย่างเศรษฐี    ตกยาก
ยาก   จะพบคบค้า         ไพร่บ้านพลเมือง ฯ

๑๒๔ ผู้ดีตีนแดง
ผู้      มียศใหญ่พร้อม     พงศ์พันธุ์
ดี      ดั่งเทพบนสวรรค์   ฝั่งฟ้า
ตีน    ไม่เหยียบดินอัน    เปียกเปือก ตมแฮ
แดง   ทั่วฝ่าเท้ากล้า       เหยียบพื้นดินไฉน ฯ

๑๒๕ ต้มแกงไม่เป็น
ต้ม    ปูไม่สุกได้             สีแดง
แกง   ไม่เผ็ดรสแรง          อร่อยลิ้น
ไม่     สันทัดทะมัดทะแมง  งานหนัก
เป็น   แต่ทาแป้งขมิ้น       อบน้ำหอมปรุง ฯ














วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2558

โคลงกระทู้ธรรม (๔)






๗๖ หัวเด็ดตีนขาด
หัว    ไม่ขาดตกพื้น        ดินไป
เด็ด   เดี่ยวต่อสู้ใจ         ขาดดิ้น
ตีน    ไม่ขาดกุดใน        สนามรบ
ขาด   เพื่อนตายไปสิ้น    ต่อสู้ถวายหัว ฯ

๗๗ เข้าเจ้าเข้านาย
เข้า    วังต้องหมอบก้ม     กราบกราน
เจ้า    ใหญ่จักโปรดปราน  ชุบย้อม
เข้า    ติดต่อราชการ        ส่งส่วย สาเฮอ
นาย   ใหญ่จึงโอบอ้อม     ดับร้อนผ่อนปรน ฯ

๗๘ เมียชั่วนายชัง
เมีย    งามมักเล่นชู้                 สู่ชาย
ชั่ว     ชาติอาจอันตราย            มากแท้
นาย   ใหญ่เกลียดหน้าหมาย      จับผิด
ชัง     แห่งนายพ่ายแพ้            แทบล้มประดาตาย ฯ

๗๙ ดื่มน้ำเห็นปลิง
ดื่ม    น้ำในทุ่งแก้           กระหาย
น้ำ     เยือกเย็นใจชาย     ดับร้อน
เห็น   ปลิงนิ่งนอนภาย     ในอุ- ทกแฮ
ปลิง   เฉกชู้เมียซ้อน       ซ่อนห้องน้องนาง ฯ

๘๐ เปลี่ยนช้างกลางศึก
เปลี่ยน       ม้าคราขี่เข้า           สงคราม
ช้าง          ศึกเปลี่ยนเมื่อยาม    ต่อสู้
กลาง        สนามรบเกรงขาม     ข้าศึก
ศึก           ย่อมพ่ายแพ้ผู้         ต่อสู้เสียขวัญ ฯ

๘๑ ปลุกผีกลางคลอง
ปลุก    ตัวกลัวปีศาจร้าย     ลำพอง
ฝี       ที่ใส่เรือรอง           ล่องน้ำ
กลาง  น้ำที่เจิ่งนอง          สองฝั่ง
คลอง  ย่อมมีผีซ้ำ            ตกน้ำตายตาม ฯ

๘๒ ผีถึงป่าช้า
ผี       ตายหามส่งเข้า     วัดวา
ถึง     ไม่มีเมรุผา           จี่ไหม้
ป่า     ชัฏย่อมหวาดผวา   ผีหลอก
ช้า     เนิ่นอยู่ไม่ได้         จักต้องรีบฝัง ฯ

๘๓ รู้มากยากนาน
รู้       สรรพศิลปศาสตร์สิ้น      ตำรา
มาก   นักหนักเกศา               สุดรู้
ยาก   ยิ่งสิ่งรักษา                 ตัวรอด
นาน   นักหนักอกผู้               รอบรู้สารพัน ฯ

๘๔ รู้น้อยพลอยรำคาญ
รู้         แต่เพียงเล็กน้อย         เลาเลา
น้อย     นิดผิดถูกเดา              สวดรู้
พลอย   พูดอวดรู้เขา              หัวเราะ เยาะแฮ
รำคาญ  แต่ท่านผู้                  ไม่รู้อะไรเลย ฯ

๘๕ ไม่รู้อยู่สำราญ
ไม่       เคยเรียนไม่รู้       อะไร
รู้         แต่กินนอนไป      เท่านั้น
อยู่       จนแก่เข้าวัย       ชราภาพ
สำราญ  จิตเฉกชั้น          นกน้อยลอยลม ฯ

๘๖ พูดน้อยต่อยมาก
พูด    ไม่ออกกลอกหน้า  ไปมา
น้อย   หนึ่งไม่พูดจา        ตอบถ้อย
ต่อย   แต่หมัดซัดขวา-    ซ้ายซัด ต่อยแฮ
มาก   แต่หมัดซัดร้อย      หมัดนั้นนักมวย ฯ

๘๗ พูดมากปดมาก
พูด    คล่องปากเก่งคล้าย         ต่อยหอย
มาก   เรื่องอวดรู้พลอย             พูดจ้อ
ปด    มดเท็จโคมลอย              หลอกเล่น
มาก   แต่ลมเล่นล้อ                 แต่ไร้แก่นสาร ฯ

๘๘ ก้มหน้าดูดิน
ก้ม    หัวกินแต่หญ้า       ติดดิน
หน้า  ไม่เคยเงยผิน         เพ่งฟ้า
ดู      แต่ยอดหญ้ากิน     พออิ่ม ท้องแฮ
ดิน    เปือกตมน้ำหญ้า     ยอดแล้วโคควาย ฯ

๘๙ ก้มหน้าเหมือนหอย
ก้ม      หัวตัวคืบด้วย      ปากตน
หน้า    ไม่เงยดูคน         ใหญ่น้อย
เหมือน ยาจกยากจน       คนต่ำ ต้อยแฮ
หอย    เฉกชนชั้นด้อย     ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ฯ

๙๐ หัวหงอกหลอกเด็ก
หัว      ขาวราวดอกอ้อ     ดอกเลา
หงอก  ไม่มีสีเทา            สักเส้น
หลอก  ทารกรุ่นเยาว์        หยิกหยอก
เด็ก     เล็กไม่มีเว้น         เล่นก้นจนตาย ฯ

๙๑ หัวหกก้นขวิด
หัว    ไม่เคยยกตั้ง         ตรึกตรา
หก    คะเมนตีลังกา       ค่ำเช้า
ก้น    ทับกับกายา         หญิงชั่ว
ขวิด   ดั่งควายป่าเข้า     ขวิดก้นชนหัว ฯ

๙๒ หัวเดียวกระเทียมลีบ
หัว            คนนักปราชญ์ใช้    ปัญญา
เดียว          เดี่ยวไม่ปรึกษา     พวกพ้อง
กระเทียม    โทนท่านตีรา-       คามาก
ลีบ            ฝ่อชาวสวนต้อง    ขุดทิ้งเผาไฟ ฯ

๙๓ ไก่เห็นตีนงู
ไก่     เห็นงูไต่ต้น          พฤกษา
เห็น   ว่าคงมีขา            ซ่อนไว้
ตีน    ไม่ยื่นออกมา        ปีนไต่ ไม้แฮ
งู       เล่นกลเก่งใช้       อกเลื้อยแทนตีน ฯ

๙๔ งูเห็นนมไก่
งู       เห็นแม่ไก่เลี้ยง     ลูกเจ็ด ตัวแฮ
เห็น   ว่าไก่มีเคล็ด         ซ่อนไว้
นม    ซ่อนปีกไว้เสร็จ      แสร้งปิด
ไก่     เล่นกลเก่งใช้       ปีกป้องนมตน ฯ

๙๕ ความรู้ท่วมหัว
ความ  ฉลาดนักปราชญ์รู้    สารพัน
รู้       ทั่วสรรพศาสตร์อัน   ลึกล้ำ
ท่วม   หัวชั่วชีวัน             วายวอด
หัว     เท่าหม้อข้าวน้ำ       เปล่าแท้แต่ลม ฯ

๙๖ เอาตัวไม่รอด
เอา    เข้าจริงเมื่อเข้า      ตาจน
ตัว     นักปราชญ์มัวมน    มืดตื้อ
ไม่     อาจช่วยตัวตน       ยามตก อับแฮ
รอด   เพราะมีเงินซื้อ       กับข้าวกันตาย ฯ

๙๗ เรือล่มเมื่อจอด
เรือ    แพพายถ่อข้าม      ธารา
ล่ม    เมื่อถูกลมพา-        ยุร้าย
เมื่อ   ยามแล่นนาวา        ไม่ล่ม- จมแฮ
จอด  นิ่งจึงจมท้าย          รั่วน้ำเรือจม ฯ

๙๘ ตาบอดเมื่อแก่
ตา     ใสแลสว่างแจ้ง     โลกา
บอด   มืดเมื่อตัณหา       ห่อหุ้ม
เมื่อ   กำหนัดกามา         หน้ามืด
แก่    ดั่งควายร้อนกลุ้ม    เกลือกกลิ้งนอนตม ฯ

๙๙ ว่าวลอยเพราะลม
ว่าว    ปักเป้าเข้าปัก        จุฬา
ลอย   อยู่ด้วยลมพา        พัดไว้
เพราะ สายป่านขาดถลา   หัวปัก ดินแฮ
ลม    ย่อมพัดพาให้        ว่าวต้องตกดิน ฯ

๑๐๐ เรือจมเพราะน้ำ
เรือ     ที่ลอยล่องน้ำ        หนองไหล
จม      ไม่ลงอาศัย          ขี่น้ำ
เพราะ  เรือรั่วน้ำไข          เข้าสู่ เรือแฮ
น้ำ      รั่วเข้าเรือซ้ำ         รั่วน้ำเรือจม ฯ